• share

ทำไมจึงเป็นเรื่องยากที่จะมีสุขภาพดี?

         


  คุณกินอะไรเป็นอาหารเช้า? อาจเป็นขนมปัง เบเกิล หรือขนมครีมชีส สำหรับเริ่มต้นวันใหม่

  คุณใช้ลิฟท์ขึ้นไปออฟฟิศเพื่อทำงานหรือเปล่า

  และคุณรู้ไหมว่านี่คือวิวัฒนาการที่ทำงานอย่างหนัก?

            บทความนี้จะทำให้คุณเข้าใจถึงวิวัฒนาการว่าความอยากรับประทานน้ำตาลที่คอยกวนใจคุณอยู่ทุกวันนี้มีที่มาจากไหน

            หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่าก่อนที่เราจะได้ใช้ชีวิตที่สะดวกสบายด้วยเครื่องปรับอากาศและน้ำประปา มนุษย์เคยล่าสัตว์และหาอาหารซึ่งไม่ง่ายเหมือนกับที่คุณเดินไปซื้อของจากร้านของชำแถวบ้าน ทั้งผู้ชายและผู้หญิงต้องเดินทางหลายกิโลเมตรต่อวันเพื่อหาอาหารเลี้ยงดูครอบครัวให้เพียงพอ

            Daniel Lieberman ผู้เขียนหนังสือเรื่อง The Story of the Human Body ประเมินว่านักล่าสัตว์ต้องเดินทางโดยเฉลี่ย 8 - 10 กิโลเมตร ต่อวันในขณะที่ผู้ชายอาจต้องเดินทางวันละ 14-16 กิโลเมตร เพื่อที่จะล่าสัตว์และหาอาหารได้มากขึ้น คนที่ทำได้ดีที่สุดคือคนที่สูญเสียพลังงานน้อยกว่าที่จำเป็นและสามารถหาอาหารที่เต็มไปด้วยพลังงานเพื่อช่วยให้ทำภารกิจสำเร็จโดยใช้เวลาน้อยที่สุด จากนั้นมนุษย์ก็มีการพัฒนาขึ้นที่รับประทานอาหารทีละมากๆและนั่งอยู่กับที่ทั้งวันในขณะที่ร่างกายไม่ได้เตรียมพร้อมสำหรับยุคของอาหารแปรรูปและฟาสท์ฟู้ด

            ลองมาดูที่สถานะปัจจุบันของอุตสาหกรรมอาหารในอเมริกา ในช่วงต้นทศวรรษที่ 1980 ซูเปอร์มาร์เก็ตมีอาหารแปรรูปวางจำหน่ายบนชั้นมากขึ้น จึงได้มีการออกมาตรการป้องกันอาหารให้มีความปลอดภัยจากสารปนเปื้อน

ในเดือน มกราคม 1977 มี รายงานว่าไขมันและคอเลสเตอรอลไม่ดีต่อร่างกายและเป็นสิ่งที่ต้องกำจัดออกจากอาหารที่รับประทานในแต่ละวัน มีการออกคำเตือนอย่างตรงไปตรงมาให้คนกินเนื้อแดงและนมน้อยลงซึ่งก็ไม่แปลกใจนักที่มันจะเป็นคำเตือนที่ทำให้อุตสาหกรรมเนื้อแดงและนมไม่พอใจ วุฒิสมาชิกจากมลรัฐเซาท์ดาโคตาหลายแห่งซึ่งเป็นเจ้าของฟาร์มปศุสัตว์ได้บังคับให้ถอดรายงานฉบับนี้ คำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องนี้จึงได้ถูกเขียนขึ้นใหม่โดยสนับสนุนให้คนเลือกรับประทานเนื้อสัตว์ปีกและปลาเพื่อลดปริมาณไขมันอิ่มตัว และคุณจะไม่เคยเห็นคำแนะนำใดๆที่แนะนำให้คนเลิกกินอาหารเฉพาะอย่างและทุกคนต่างก็พูดถึงแค่เพียงสารอาหารที่จะได้รับเท่านั้น เมื่อความสนใจเกี่ยวกับโภชนาการเพิ่มขึ้น นักวิทยาศาสตร์จึงเริ่มตระหนักว่าพวกเขาสามารถผลิตวิตามินและสารอาหารในห้องปฏิบัติการได้และยังสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่คล้ายกับอาหารได้อีกด้วย ทั้งที่เราทุกคนต่างรู้ดีว่าการรับประทานผักผลไม้ที่ปลูกด้วยวิธีธรรมชาติมีประโยชน์มากกว่า             อาหารสำเร็จรูปที่แม้จะมีส่วนประกอบของไขมันและคอเลสเตอรอลต่ำก็ตาม แต่น่าเสียดายที่ความสนใจนี้ค่อยๆหายไปเมื่อเราไปซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ตและเลือกอาหารที่มีประโยชน์เพียงแค่ดูฉลากผลิตภัณฑ์เท่านั้น

            ส่วนที่น่าสนใจที่สุดของการทดสอบทั้งหมดนี้ไม่ใช่การที่เรากินอาหารที่ผลิตขึ้นจากห้องปฏิบัติการ ไม่ใช่แม้กระทั่งความจริงที่ว่าเรากำลังกินมากเกินไปและบริโภคมากกว่าที่เราต้องการ สิ่งที่เหลือเชื่อที่สุดคือความรู้สึกของร่างกายที่แตกต่างกันภายหลังจากการเปลี่ยนแปลงง่ายๆ

            คนที่รับประทานอาหารจากร้านนอกบ้านอยู่ตลอดเวลาและซื้ออาหารว่างจากร้านสะดวกซื้อรับประทานเป็นประจำ อีกทั้งมีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อยมากในแต่ละวันทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยแต่กลับพบว่ามีปัญหาเกี่ยวกับผิวหนังเรื้อรังจนต้องไปพบแพทย์ ผลปรากฎว่าเมื่อเปลี่ยนอาหารที่รับประทานกลับทำให้ปัญหาผิวที่เคยมีหายไปอย่างน่าอัศจรรย์และรู้สึกได้ว่าร่างกายมีพลังมากขึ้น กระปรี้กระเปร่ามากขึ้น

            ในหนังสือ Eating on the Wild Side ที่เขียนโดย Jo Robinson กล่าวถึงรายละเอียดที่ว่าผู้คนในยุคปัจจุบันจะได้รับสารอาหารจากอาหารสดที่รับประทานในแต่ละวันได้อย่างไร คุณอาจเคยได้ยินประโยคที่ว่า กินแอปเปิลวันละลูกช่วยให้ห่างไกลหมอ แต่ Robinson มีความเห็นว่าการกินแอปเปิลจะดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับชนิดของแอปเปิลที่เลือกกิน เขาอ้างอิงผลการศึกษาในปี 2009 เกี่ยวกับชายที่มีน้ำหนักเกินที่เลือกกินแอปเปิลสีทองซึ่งเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่พบได้บ่อยที่สุดแต่กลับพบว่ามีความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมองก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นหากจะเลือกแอปเปิลที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและอุดมด้วยสารอาหาร ควรเลือกแอปเปิลพันธุ์ Discovery หรือ Fuji จะดีกว่า

            คุณอาจยอมรับว่าตนเองอาจกินของหวานหรืออาหารแปรรูปในบางเวลา(ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้) แต่ก็ต้องยอมรับว่าสิ่งที่รับเข้าไปในร่างกายมีผลกระทบต่อระดับพลังงานและแนวโน้มสุขภาพ ดังนั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่จะรับประทานอะไรเข้าไปควรให้ความสำคัญกับอาหารที่เลือกและไม่รับประทานมากจนล้นเกินความต้องการของร่างกาย

Reference

2. Why Is It So Hard to Be Healthy?

http://www.huffingtonpost.com/carissa-lada/why-is-it-so-hard-to-be-h_b_5656064.html?utm_source=zergnet.com&utm_medium=referral&utm_campaign=zergnet_260925&ncid=txtlnkusaolc00000902

Related Stories

  • รู้ก่อนดื่ม 10 ข้อเสียของน้ำมะพร้าวที่คุณควรรู้

  • กินทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง ช่วยลดน้ำหนักได้จริงหรือ

  • กิน Cheat Meal อย่างไรให้เหมาะกับการไดเอท

  • น้ำตาลแท้ น้ำตาลเทียม และสารให้ความหวาน ส่งผลที่แตกต่างต่อร่างกายหรือไม่

  • เคล็ดลับง่ายๆ ในการลดความอยากกินของว่างจุกจิก

  • อาหาร 12 ชนิดที่ช่วยเร่งอัตราการเผาผลาญไขมัน

  • ประโยชน์ของกาแฟดำ: ควรดื่มมากน้อยแค่ไหนในแต่ละวัน

  • 5 สรรพคุณของกล้วย