• share

ออกกำลังกายแบบไหนที่สามารถเบิร์นได้ 1,000 แคลอรี

การเผาผลาญ 1,000 แคลอรีต่อวันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หากตั้งใจและทุ่มเทอย่างสุดตัวก็สามารถทำได้ ปริมาณของแคลอรีที่เผาผลาญได้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวและระดับของการออกกำลังกาย เช่นเดียวกับความเข้มข้นในการออกกำลังกาย,ชนิดของการออกกำลังกายและระยะเวลาของกิจกรรม การออกกำลังกายในระดับความเข้มข้นสูงจะทำให้มีการเผาผลาญแคลอรีมากขึ้นเนื่องจากมีการใช้พลังงานมาก คนอ้วนจะเผาผลาญแคลอรีมากกว่าเนื่องจากร่างกายต้องใช้พลังงานมากในการออกกำลังกาย

หากจะเผาผลาญ 1,000 แคลอรีต่อวัน คุณสามารถออกกำลังกายด้วยวิธีทั้งหมดนี้ในคราวเดียวหรือแบ่งออกเป็นช่วงๆได้ตลอดทั้งวัน การใช้เครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจหรือเครื่องมือคำนวณการเผาผลาญแคลอรีจะช่วยให้คุณคำนวณแคลอรีที่ใช้ไปได้อย่างถูกต้อง

1. วิ่ง

การวิ่งช่วยเผาผลาญแคลอรีจำนวนมากในระยะเวลาอันสั้น อ้างอิงจากเครื่องคำนวณการออกกำลังกาย ทำให้รู้ว่าคนที่มีน้ำหนัก 150 ปอนด์ (68 กิโลกรัม) วิ่งด้วยความเร็ว 6 ไมล์ (9.6 กิโลเมตร)ต่อชั่วโมง สามารถเผาผลาญพลังงานได้ 1,022 แคลอรีใน 90 นาที และหากเพิ่มความเร็วในการวิ่งมากขึ้นในช่วงเวลาที่สั้นลงก็จะสามารถเผาผลาญพลังงานได้ 1,020 ใน 60 นาที

2. กระโดดเชือก

การกระโดดเชือกสามารถเผาผลาญพลังงานได้ประมาณ 11 แคลอรีต่อนาที ความเร็วที่เพิ่มขึ้นและความเข้มที่เพิ่มขึ้นขณะกระโดดเชือกสามารถเผาผลาญพลังงานได้ถึง 20 แคลอรีต่อนาที จากการคำนวณของเครื่องคำนวณการออกกำลังกายและกิจกรรมประมาณการได้ว่า คนที่มีน้ำหนัก 150 ปอนด์ (68 กิโลกรัม) กระโดดเชือกในระดับปานกลาง (140 รอบต่อนาที) สามารถเผาผลาญ 1,022 แคลอรีใน 90 นาที และหากกระโดดเชือกด้วยความเร็วที่สูงขึ้น (180 ถึง 200 รอบต่อนาที) จะเผาผลาญได้ประมาณ 1,020 แคลอรีใน 75 นาที

3. ปั่นจักรยาน

การเผาผลาญแคลอรีในการปั่นจักรยานขึ้นอยู่กับความเข้มข้นในการปั่นและภูมิประเทศ และจำนวนแคลอรีที่เผาผลาญได้จะมีความแตกต่างกันระหว่างการปั่นจักรยานในร่มและปั่นจักรยานกลางแจ้ง คนที่มีน้ำหนัก 150 ปอนด์ (68 กิโลกรัม) ปั่นจักรยานด้วยความเร็ว 16-19 ไมล์ (25.7 - 30.5 กิโลกรัม) ต่อชั่วโมงเป็นเวลา 75 นาทีจะเผาผลาญพลังงานได้ประมาณ 1,020 แคลอรี ส่วนการปั่นจักรยานด้วยความเร็วขึ้น 14-15.9 ไมล์ (22.5 - 25.5 กิโลเมตร) ต่อชั่วโมง สามารถเผาผลาญได้ 1,022 แคลอรีใน 90 นาที

4. Interval Training

Interval Training เป็นการออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นสูงในระยะเวลาสั้นๆ พร้อมกับการออกกำลังกายแบบฟื้นตัวซึ่งเป็นการออกกำลังกายในรูปแบบที่ไม่หนัก การวิ่งเป็นเวลา 2 นาทีสลับกับการจ็อกกิ้งเบาๆ อยู่กับที่เป็นตัวอย่างหนึ่งของ Interval Training

Interval Training ช่วยเผาผลาญแคลอรีได้เร็วเพราะเป็นการออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นสูง การออกกำลังกายด้วยการเดินที่เคยใช้เวลาถึง 60 นาทีอาจลดเหลือเพียง 45 นาทีเท่านั้นหากเป็นการเดินออกกำลังกายแบบเข้มข้น Interval Training สามารถเผาผลาญแคลอรีได้ 60-90 นาทีขึ้นอยู่กับรูปแบบการออกกำลังกาย ส่วนการฝึกกล้ามเนื้ออย่าง Push-up, lunges, squats หรือ bicep curls สามารถใช้เป็นการฝึกแบบกู้คืนร่วมกับการออกกำลังกายด้วยความเข้มข้นสูง


ข้อควรระวัง

สิ่งสำคัญคือการออกกำลังกายในระดับที่เหมาะสมกับร่างกาย ผู้ที่เพิ่งเริ่มออกกำลังกายควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มออกกำลังกาย ส่วนระดับการเผาผลาญแคลอรีขึ้นอยู่กับระดับการออกกำลังกาย, ระดับการเผาผลาญอาหาร และการรับประทานอาหาร


Cr. http://www.livestrong.com/article/106921-exercises-burn-calories-day/

Related Stories

  • รู้แล้วต้องระวัง น้ำหนักเกินอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งถึง 8 ชนิด

  • 7 เคล็ดลับทำให้หนุ่มๆ ดูอ่อนวัยลงได้ด้วยวิธีง่ายๆ

  • จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายเมื่อขาดออกกำลังกายเป็นเวลา 2 สัปดาห์

  • เชื่อหรือไม่ ชั่งน้ำหนักทุกวันอาจช่วยทำให้คุณลดน้ำหนักได้

  • 6 ท่าออกกำลังกายเสริมเซ็กส์ให้ดีขึ้นกว่าเดิม

  • จะเป็นยังไงถ้าคุณนอนไม่ถึง 5 ชั่วโมง ?

  • เชื่อหรือไม่ ออกกำลังกายเพียงวันละ 20 นาทีคุณก็สามารถดูดีและดูอ่อนกว่าวัยได้

  • ออกกำลัง 15 นาทีต่อวันก็ปั้นหุ่นให้สวย ฟิตหุ่นให้ปังได้