• share

ความเร็วในการวิ่งมีผลต่อร่างกายอย่างไร


เรารู้กันดีว่าการวิ่งด้วยความเร็วสูงในระยะเวลาสั้นๆอาจส่งผลร้ายต่อหัวใจและปอด แต่การวิ่งเหยาะหรือวิ่งช้าๆอาจทำให้คุณรู้สึกว่าเสียเวลา

          เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณออกวิ่งพร้อมกับเพื่อนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายซึ่งทำให้ต้องวิ่งช้ากว่าปกติ คุณอาจรู้สึกหงุดหงิดเพราะคิดว่าเป็นการวิ่งที่เสียเวลาเปล่า ซึ่งความคิดดังกล่าวจริงหรือเท็จอย่างไรนั้น Janet Hamilton นักสรีรวิทยาการออกกำลังกายและผู้ก่อตั้ง Running Strong ในแอตแลนตากล่าวว่า หากคุณเป็นนักวิ่งมาราธอนสามารถวิ่ง 1 ไมล์ในเวลา 5 นาที (five-minute-mile pace) แต่เปลี่ยนการฝึกไปเป็น วิ่ง 1 ไมล์ในเวลา 9 นาที  (nine-minute-mile pace) จะไม่มีผลกระทบใดๆในทางสรีรวิทยาที่จะทำให้คุณวิ่งได้ดีขึ้น ซึ่งจริงๆแล้วมันก็ไม่ได้แย่อะไรแต่คุณจะไม่ได้อะไรจากการฝึกอย่างหลังนี้เพราะมันไม่เหมาะสำหรับคุณ

แต่บางคนก็พบว่าการวิ่งช้าๆเป็นเรื่องของความเจ็บปวด

          หากคุณพบว่าการวิ่งช้าๆทำให้รู้สึกไม่สบายตัว เกิดตะคริวที่น่องหรือเจ็บหน้าแข้งอาจเป็นสัญญาณที่บอกว่าคุณไม่ได้ออกกำลังกายในระดับที่เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนจังหวะการวิ่ง(หรือจำนวนก้าวในการวิ่งต่อนาที)เพื่อให้สอดคล้องกับการวิ่งที่ช้าลง ซึ่ง Hamilton กล่าวว่าการเปลี่ยนจังหวะการวิ่งส่งผลต่อการเปลี่ยนโครงสร้างของร่างกายทำให้ความเครียดในกล้ามเนื้อทั้งที่ปกติแล้วไม่ควรจะเป็นเช่นนี้


          คุณอาจชะลอฝีเท้าของคุณลงโดยลดจำนวนก้าวลงต่อนาทีซึ่งจะเพิ่มเวลาที่เท้าสัมผัสกับพื้นที่จะทำให้ขาดูดซับแรงสั่นสะเทือนมากขึ้น

          ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่ควรวิ่งกับเพื่อนที่มีความเร็วในการวิ่งต่ำ แต่ถ้าสามารถรักษาจังหวะหรือจำนวนก้าวให้เหมือนกับที่เคยวิ่งแต่ลดแรงกระแทกจากการวิ่งในแต่ละก้าวลง (ซึ่งมักจะเกิดจากการลดความยาวของการก้าวเท้าลง) หรืออีกนัยหนึ่งก็คือวิ่งให้เบาลงแต่ไม่ช้าไปกว่าเดิม

          Hamilton ยังกล่าวว่า นักวิ่งที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งที่วิ่งมาหลายปีแล้ว ใช้วิธีการวิ่งดังที่กล่าวมา นั่นคือหากพวกเขาต้องวิ่งกับคนที่วิ่งด้วยความเร็วต่ำ พวกเขาจะลดแรงกดของเท้าในแต่ละก้าวที่วิ่งแต่รักษาจังหวะการวิ่งของตนเองเช่นเดิม วิธีนี้แม้จะเป็นวิธีที่ยากที่ต้องวิ่งให้เบาลงแต่ต้องรักษาความเร็วเท่าเดิมแต่มันจะช่วยไม่ให้นักวิ่งติดนิสัยการวิ่งที่ไม่ดีในระยะยาว ดังนั้นนักวิ่งจึงควรรักษาจังหวะการวิ่งแบบนี้ในระยะทางสั้นๆหลังจากที่ทั้งสามไมล์จะใช้เวลานานกว่าที่พวกเขาคุ้นเคย

          แต่สิ่งที่สำคัญกว่าก็คือนักวิ่งส่วนใหญ่มักฝึกวิ่งด้วยวิธีการเพิ่มความเร็วให้มากขึ้นและค่อยๆลดลงเพื่อจุดประสงค์ในการฝึกความอดทนและการฟื้นตัวของกล้ามเนื้อ นักวิ่งส่วนใหญ่จะกำหนดระดับการวิ่งอยู่ในช่วงปานกลาง ซึ่งการวิ่งให้ช้าลงมากๆเพื่อหวังจะฝึกความทนทานอาจดูเหมือนไม่ใช่เรื่องสำคัญแต่จริงๆแล้วมันส่งผลต่อนักวิ่งในระยะยาว

          การวิ่งแบบ Recovery runs เป็นมากกว่าการวิ่งแบบสบายๆ แต่มันเป็นวิธีการเพิ่มการไหลเวียนของเลือดและกระตุ้น เอนไซม์สำหรับการรักษากล้ามเนื้อ ซึ่ง Hamilton สรุปในท้ายที่สุดว่า นักวิ่งเก่งๆมักไม่ค่อยสบายใจกับการวิ่งช้าๆซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับผลทางร่างกายแต่พวกเขาเพียงแค่รู้สึกไปเองว่ามันไม่ดีเท่านั้น



Cr. http://www.mensfitness.com/training/pro-tips/can-you-run-too-slowly

Related Stories

  • 6 ท่าออกกำลังกายเสริมเซ็กส์ให้ดีขึ้นกว่าเดิม

  • จะเป็นยังไงถ้าคุณนอนไม่ถึง 5 ชั่วโมง ?

  • 8 วิธีทำให้หน้าท้องแบนราบสไตล์คนขี้เกียจ

  • ไขข้อข้องใจ ออกกำลังกายเวลาไหนดีที่สุด

  • 6 พฤติกรรมที่ทำให้ร่างกายเผาผลาญช้าลง

  • เคล็ดลับสำหรับการวิ่งมาราธอนครั้งแรก

  • ข้อห้าม 10 อย่าง ห้ามทำหลังจากออกกำลังกาย

  • ลดความเครียดด้วยการปั่นจักรยาน