• share

7 ข้อผิดพลาดที่ทำให้คุณไม่บรรลุเป้าหมายในการออกกำลังกาย


          คนที่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ กินอาหารอย่างถูกต้อง และนอนหลับตรงตามเวลาที่กำหนดเอาไว้ แต่ยังไม่เห็นผลลัพธ์ใดๆเลยจากความพยายามเหล่านั้น  อาจมีคำถามว่าตนเองกำลังมาผิดทางหรือเปล่า?

          ความจริงก็คือการมีรูปร่างดีคือการเดินทางอันยาวนานไม่ใช่การวิ่งระยะสั้น คุณอาจไม่เห็นผลลัพธ์ใน 1-2 วันหรือแม้แต่ใน 1 สัปดาห์แต่ต้องใช้ความพยายามต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน แม้จะเป็นเรื่องที่ยากแต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นคุ้มค่า

นี่คือข้อผิดพลาด 7 ข้อที่ทำให้คุณไม่สามารถบรรลุเป้าหมายในการออกกำลังกายได้อย่างที่ต้องการ

1.พักนานเกินไป


          คุณจำเป็นต้องมีการกู้คืนร่างกายในระหว่างการออกกำลังกายแต่ละเซ็ตแต่ทั้งนี้ต้องไม่ใช้เวลานานเกินไปเพราะอาจให้ผลในด้านตรงกันข้าม การพักนานเกินไปทำให้อัตราการเต้นของหัวใจลดลงทำให้กล้ามเนื้อไม่ได้ใช้พลังงาน ดังนั้นใช้เวลาพักระหว่างเซ็ตเพียง 30 -90 วินาทีซึ่งจะเพิ่มการเผาผลาญแคลอรีและทำให้กล้ามเนื้อขยายตัวใหญ่ขึ้น

2. ระยะเวลาออกกำลังกายที่ผิดพลาด


          ไม่มีใครอยากใช้เวลาออกกำลังกายในยิมฯ นานๆเป็นชั่วโมง ดังนั้นแทนที่จะออกกำลังด้วยความเร็วแบบเรื่อยๆคุณควรเพิ่มระดับความยากไปจนถึงระดับ 11  แล้วค่อย ๆ สลับกับการออกกำลังกายช้าๆ  การออกกลังกายแบบช้าๆ และค่อยเป็นค่อยไปไม่ได้เป็นวิธีที่ดีนัก ดังนั้นควรหาเวลาไปออกกำลังกายเป็นเวลานาน ๆ มากกว่าการที่สปีดเวลา เพื่อเบิร์นภายใน30 นาที เผื่อช่วยให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรีได้มากขึ้นและสร้างกล้ามเนื้อได้มากขึ้นอีกด้วย

3.จับลู่วิ่งแน่นเกิน


          หลายคนใช้มือจับของลู่วิ่งเป็นที่พิงของร่างกายเพื่อให้วิ่งบนลู่ได้สบายขึ้น แต่หารู้ไม่ว่าการทำเช่นนี้จะทำให้การออกกำลังกายไม่ได้ผล ดังนั้นปล่อยมือออกจากที่จับแล้ววิ่งด้วยท่วงท่าธรรมชาติเหมือนกับที่คุณวิ่งบนถนน

4.จำนวนครั้งในการออกกำลังกายที่ไม่เหมาะสม


 นี่คือส่วนที่ยากที่สุดในการออกกำลังกาย หากต้องการปรับความตึงตัวของกล้ามเนื้อควรพุ่งเป้าไปที่น้ำหนักที่สามารถยกได้ 6 - 10 ครั้งแทนการออกกำลังกายเซ็ตละ 20 ครั้งหรือมากกว่า หากน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมาทำให้คุณไม่สามารถยกได้อย่างน้อย 6 ครั้งให้ปรับน้ำหนักเพื่อที่เพิ่มจำนวนในการยกให้มากขึ้นอย่างน้อย 10 ครั้งหรือมากกว่า

5. ออกกำลังกายแบบเดิมซ้ำๆ


          ถ้าคุณคุ้นเคยกับความจำของกล้ามเนื้อคุณจะรู้ว่ามันสามารถปรับค่ากลับไปที่จุดเริ่มต้นได้ ถ้าคุณออกกำลังกายแบบเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า นอกจากจะทำให้รู้สึกเบื่อแล้ว ร่างกายของคุณก็คิดอย่างเดียวกัน หากออกกำลังกายแบบเดียวเป็นประจำคุณจะพบว่ายิ่งทำก็จะยิ่งง่ายขึ้นเรื่อยๆและเมื่อทำบ่อยๆก็ไม่มีความท้าทายอีกต่อไปซึ่งร่างกายเองก็จะปรับใช้พลังงานงาน

          น้อยลงเมื่อออกกำลังกายอีกด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลที่ต้องมีการผสมผสานการออกกำลังกายแบบต่างๆและยกน้ำหนักที่ต่างกันเพื่อให้ร่างกายตื่นตัวและมีการสร้างกล้ามเนื้อที่แข็งแรงขึ้น

6. กินอาหารไม่พอ


          วิธีการที่จะลดน้ำหนักได้เร็วๆคือแคลอรีที่รับประทานเข้าจะต้องน้อยกว่าแคลอรีที่ได้รับการเผาผลาญออกไป แต่หากคุณต้องการสร้างและเพิ่มมวลกล้ามเนื้อให้มากขึ้น วิธีการก็จะตรงกันข้ามเพราะคุณต้องกินให้มากกว่าที่ร่างกายจะเผาผลาญออก

          สำหรับคนที่ออกกำลังกายอย่างจริงจัง วิธีการดังกล่าวคือการกินอาหารเข้าไปให้มากๆและต้องคำนึงถึงสารอาหารที่รับประทานอย่างรอบคอบไม่เช่นนั้นคุณอาจกินน้อยกว่าความต้องการของร่างกายที่จะใช้ในการสร้างกล้ามเนื้อ

7.ใช้เครื่องออกกำลังกายไม่ถูกต้อง

          หากคุณพยายามออกกำลังกายโดยใช้เครื่องออกกำลังกายในโรงยิมควรแน่ใจว่าใช้มันอย่างถูกวิธี ดังนั้น สอบถามพนักงานหรือเทรนเนอร์ถึงวิธีการใช้เครื่องออกกำลังกายที่ถูกต้องและควรปรับเครื่องให้พอดีกับตัวเอง


Cr. https://www.cheatsheet.com/health-fitness/bad-workout-habits-you-should-avoid.html/

Related Stories

  • ความเร็วในการวิ่งมีผลต่อร่างกายอย่างไร

  • ออกกำลังกายแบบไหนที่สามารถเบิร์นได้ 1,000 แคลอรี

  • 8 วิธีทำให้หน้าท้องแบนราบสไตล์คนขี้เกียจ

  • 4 วิธีออกกำลังกายที่ช่วยเบิร์นไขมันได้เร็วทันใจ

  • อย่ากังวล!! ออกกำลังกายสัปดาห์ละ 1 ครั้งก็ทำให้คุณสุขภาพดีได้

  • เชื่อหรือไม่ ชั่งน้ำหนักทุกวันอาจช่วยทำให้คุณลดน้ำหนักได้

  • 10 วิธีออกกำลังกายยอดนิยมที่ไร้ประโยชน์อย่างสิ้นเชิง

  • ท่าที่ใช้ในการกระโดดเชือก